วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ใบเลี้ยงเดี่ยว-ใบเลี้ยงคู่

สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
เรื่อง ใบเลี้ยงเดี่ยว-ใบเลี้ยงคู่


                พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อคนและสัตว์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งอาหารและอากาศซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนและสัตว์และยังช่วยสร้างสมดุลให้แก่
ธรรมชาติ ซึ่งพืชในโลกนี้มีอยู่มากมายหลายชนิด นักวิทยาศาสตร์จึงได้ใช้เกณฑ์ต่าง ๆ ในการจัดหมวดหมู่พืช เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดหมวดหมู่พืชที่แสดงถึงสายสัมพันธ์
ุของพืชที่ใกล้ชิดที่สุดคือ การจำแนกพืชโดยการสืบพันธุ์ ซึ่งทำให้สามารถแบ่งพืชได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ พืชมีดอก และพืชไม่มีดอก

พืชมีดอก หมายถึง พืชที่เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีดอกไว้สำหรับสืบพันธุ์ จัดเป็นพืชชั้นสูง ได้แก่พืชส่วนมากที่เราพบเห็นอยู่ทั่วไป เช่น มะม่วง ลำไย กุหลาบ มะลิ ถั่ว พริก ข้าว กล้วย อ้อย ข้าวโพด
พืชไม่มีดอกหรือพืชไร้ดอก หมายถึง พืชที่เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วไม่มีดอก จัดเป็นพืชที่มีวิวัฒนาการต่ำกว่าพืชมีดอก มีจำนวนชนิดไม่มากเท่าพืชมีดอก เราจึงพบได้น้อยกว่าพืชมีดอก เช่น มอสส์ เฟิร์น สน ปรง แป๊ะก๊วย หวายทะนอย หญ้าถอดปล้อง(หญ้าหางม้า)


พืชมีดอก ยังสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว คือพืชที่มีใบเลี้ยงเพียงใบเดียว เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะเห็นข้อและปล้องในส่วนของลำต้นชัดเจน ใบมักมีลักษณะแคบเรียว เส้นใบเรียงตัวในแนวขนาน กลีบดอกมีจำนวน 3 กลีบ หรือทวีคูณของ 3 รากเป็นระบบรากฝอย ตัวอย่างพืชใบเลี้ยวเดี่ยว เช่น ข้าวโพด อ้อย หญ้า ไผ่เป็นต้น

 

พืชใบเลี้ยงคู่ คือพืชที่มีใบเลี้ยง 2 ใบ เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะเห็นข้อและปล้องในส่วนของลำต้นไม่ชัดเจน ใบมีลักษณะกว้าง เส้นใบแตกแขนงเป็นร่างแห รากเป็นระบบรากแก้ว กลีบดอกมีจำนวน 4 - 5 กลีบ หรือทวีคูณของ 4 – 5 ตัวอย่างพืชใบเลี้ยงคู่ได้แก่ ถั่ว พริก มะม่วง เป็นต้น
 
ที่มา. school.obec.go.th/newmultimedia/unit2.html

4 ความคิดเห็น: